ถ้ามีศิลปินเขมรมาออกอัลบั้มในไทย แล้วรัฐบาลเขมรก็ทุ่มงบโปรโมทเต็มที่จนกลายเป็นศิลปินดังชั้นแนวหน้าของไทย จนวันหนึ่งไปอยู่เหนือศิลปินไทยทั้งหมด แล้วฝรั่งก็คุยว่า "โอ้ อเมซซิ่ง ศิลปินยอดฮิตอันดับ 1 ของไทยในตอนนี้ เป็นคนเขมร" ภาพลักษณ์ของคนไทยก็คงถูกมองว่าไม่มีน้ำยา คนเขมรก็จะถูกมองว่าเป็นคนที่มีคุณภาพจนสามารถไปเป็นศิลปินดังของประเทศ หนึ่งข้างๆได้ แล้วลาวก็จะพลอยถูกมองว่า "เดี๋ยวคนเขมรก็จะเข้าไปช่วยสร้างสีสัน ออกผลงานให้ในประเทศในไม่ช้าด้วยแน่" กระทบไปถึงลาว

ถ้าถึงเวลานั้น เราจะยอมอยู่เฉยๆกันเหรอครับ ถามจริง

พวกเราจะไม่มีสามัญสำนึกกันเลยเหรอครับว่า การที่คนต่างชาติเข้ามาร้องเพลงภาษาเรา จนดังกว่าเรา แล้วก็อยู่ไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุด ทำตัวเสมือนเป็นศิลปินประเทศเรา มันน่าเกลียดและเป็นการเสียมารยาทที่ผู้ดีเขาไม่ทำกัน เรียกว่าเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของประเทศเลย

ฉันใดฉันนั้น

เหตุการณ์ที่นักร้องเกาหลีได้พยายามเข้ามาร้องเพลงภาษาญี่ปุ่น ทุ่มทุนทุกอย่าง ใช้แผนโกงทุกวิถีทาง เพื่อให้นักร้องประเทศตัวเองเป็นนักร้องอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นเรื่องทุเรศที่ไม่มีชาติไหนกล้าทำกัน

และแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะต้องมาพูดถึงประเด็นนี้กันนะครับ หลังจากที่เฝ้าสังเกตการณ์มาเป็นแรมปี

ดง บัง ชิน กิ (ใช้เรียกในไทยและเอเชียอื่นๆ หรืออาจจะมีชื่อ ดอง บาง กะ ปิ อะไรก็แล้วแต่)
โท โฮ ชิน กิ (ใช้เรียกในญี่ปุ่น ถ้าบุกตลาดจีนด้วย อาจมีชื่อเรียกใหม่อย่าง ตัว เฮี้ย ชิน กี่)

วงนี้นับเป็นโมเดลที่ 3 ของประเทศเกาหลีเหนือ...เอ๊ย ใต้
นับ จาก โมเดลแรก ศิลปินที่ชื่อ BoA ประสบความสำเร็จ แม้ในปัจจุบันจะไม่หวือหวา แต่ก็ลอยลำไปจนต้องยอมยกให้เขาไว้สักคน โมเดลที่ 2 คือ กองทัพนักร้องเกาหลีเหนือ...เอ๊ย ใต้ ที่เกาะกระแสปี 03-05 โกยเงินเยน เกาะชาร์ตยั้วเยี้ยเหมือนแมลงวันเกาะขาหมู

โมเดลที่ 3 นี้ เรียกได้เลยว่า อุกอาจและเหิมเกริมที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

ตาม สมมุติฐานของเรา ที่ว่าด้วยการที่มีนักร้องเกาหลีเหนือ...เอ๊ย ใต้ จำนวนกว่าครึ่งร้อย เข้ามาออกงานเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่ในญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดสำหรับวงการดนตรีโลก

ได้เข้ามาเพื่อ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะต้องการเอาชนะล้างแค้นประเทศญี่ปุ่น คู่แค้นในอดีต และคู่แข่งในปัจจุบัน โดยใช้วงการดนตรีเป็นเครื่องมือ ทั้งในด้านการสร้างภาพลักษณ์และกอบโกยเงิน

นี่เป็นเพียงสมมุติฐานนะ ครับ เรายังไม่ได้กล่าวหาว่าเขาเป็นแบบนั้นจริง ไว้บทความถัดๆไปจะนำหลักฐานมาให้ได้ชมกัน จนสามารถพูดฟันธงได้เต็มปากเขาเป็นแบบนั้นจริง แต่ในหัวข้อนี้เราขอพูดถึงเพียง โมเดลที่ 3 นี้ก่อน

โมเดลที่ 3 นี้ได้ทำอะไรมาบ้าง ในระยะเวลา 2 ปีกว่าๆที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2005-2008

2005/04/27 เขาได้ออกซิงเกิ้ลเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นต่อมาก็ได้ออกซิงเกิ้ลมาอย่างต่อเนื่องดังนี้
2005/07/13 2005/11/02 2006/02/01 2006/03/08 2006/04/19 2006/06/21 2006/08/16 2006/11/08 2007/01/24 2007/03/07 2007/06/13 2007/08/01 2007/09/19 2007/11/07 2007/11/14 2007/12/19 2008/01/16 2008/02/06 2008/02/13 2008/02/27 2008/03/05 2008/03/12 2008/04/30
นี่คือความถี่ในการออกซิงเกิ้ลที่ ไม่มีใครเขาทำกันในญี่ปุ่นหรืออาจจะในโลกนี้
ใน ประวัติศาสตร์วงการเจป็อป ศิลปินที่มีช่วงบูมและออกผลงานถี่ๆ อย่าง Ayumi Hamasaki ในช่วงต้นปี 2000 หรือ Kumi koda ในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ไม่เท่านี้

การ ออกซิงเกิ้ลเดือนเว้นเดือน ก็ถือว่าถี่กแล้ว แต่นี่เป็นการออกซิงเกิ้ลเดือนเว้นเดือนอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นปีๆ แล้วนำไปสู่การ ออกซิงเกิ้ลทุกเดือนในเวลาต่อมา ในที่สุดปี 2008 พวกเขาก็ออกซิงเกิ้ล "ทุกสัปดาห์"

ขอย้ำอีกทีว่า "ไม่เคยมีใครหน้าไหนทำแบบนี้ที่ญี่ปุ่น" เพราะถือเป็นเรื่องของความเหมาะสม และเป็นเรื่องของมารยาทต่อแฟนเพลง ไม่มีแฟนเพลงชั้นดีที่ไหนในโลก ที่อยากอุดหนุนงานเพลงทุกสัปดาห์ มันถี่เกินไปหรือไม่ คนทั่วไปมีวิจารณญาณรับรู้ได้ ตรงนี้ลองไปนึกดู

นอกเสียจากว่า จะเป็นการทำเพลงเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ที่ไม่ใช่เพื่อแฟนเพลงและเพื่อตอบสนองวงการดนตรี และนั่นก็คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ จากสมมุติฐานของเรานั่นเอง "ดนตรีเพื่อเอาชนะทางการเมืองระหว่างประเทศ"

สรุปสมมุติฐาน
1. วง โท โฮ ชิน กิ เป็นเพียงนักร้อง เป็นเพียงหุ่นเชิด เป็นเพียงเครื่องมือ เป็นเพียงนอมินี่ของการเมืองเกาหลี ที่มีคนผลิตเพลงให้สำเร็จรูปแล้วเตรียมเข้าห้องอัดทุกสัปดาห์ มิได้มีความเป็นศิลปินเลย จึงไม่น่าจะมีศักดิศรีเทียบเท่าศิลปินได้
2. การที่วงนี้มี 2 ชื่อเรียกแยกกันอย่างชัดเจน ในและนอกญี่ปุ่นนั้น อาจเป็นเพราะเขาต้องการใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานในการออกสู่ตลาดเอเชียไปพร้อมๆกัน กล่าวคือ อยู่ผลิต โปรโมท ทุกอย่าง ที่ญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ โท โฮ ชิน กิ แล้วสามารถนำทั้งหมดนี้ ไปขายนอกประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ ดง บัง ชิน กิ เสมือนเป็นคนละวง เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว และเป็นยิ่งกว่าเอเลี่ยนปรสิต
3. ยอดขายซิงเกิ้ลที่สูงๆในชาร์ตขณะนี้ ถามว่าน่าเชื่อถือจริงหรือ ในญี่ปุ่นมีคนเกาหลีอยู่เป็นล้าน ทั้งเหนือทั้งใต้ ถ้าพวกเขาพร้อมใจกันช่วยซื้อทุกสัปดาห์ โดยที่คนญี่ปุ่นไม่ต้องสนใจเลย เขาก็ติดชาร์ตสูงๆได้ตลอด ดังนั้นยอดขายที่เห็นนี้ค่อนข้าง"ไม่โปร่งใส" เพราะเลี่ยงไม่ได้โดยธรรมชาติที่จะมีเรื่องการเมือง เชื้อชาติ เข้ามาเกี่ยวข้อง
4. ถือเป็นการทำลาย Oricon Chart ที่มีความน่าเชื่อถือและอยู่คู่วงการเพลงญี่ปุ่นมานานกว่า 50 ปี ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก จึงเป็นเป้าหมายที่เกาหลีสามารถเข้าไปทำลายได้ไม่ยาก รวมถึงทำลายศักดิ์ศรีของประเทศ เป็นที่ดูถูกว่า มีแต่เพลงของประเทศคู่แข่งติดชาร์ตสูงๆทุกสัปดาห์เลย เพลงของประเทศตัวเองไม่มีน้ำยาหรือไง ... ตอนนี้ Oricon Chart มี"มือที่มองไม่เห็น"มาแทรกแซงเป็นเวลานานแล้ว
5. ใช้ญี่ปุ่นเป็นเครื่องมือ เป็นสะพานไปสู่การสร้างภาพระดับเอเชีย ระดับโลก ได้ทั้ง สร้างภาพ ล้างแค้น รายได้จำนวนมาก บุกตลาดโดยไม่ต้องลงทุนเดินทางไปไหน ขายได้ทั้งในและนอกญี่ปุ่น โมเดลแบบนี้ สุดยอด ไร้เทียมทาน และ ไร้จริยธรรม
6. เรื่องนี้เราจะไม่โทษตัวนักร้อง(แม้ตัวเขาจริงๆก็คงจะคิดไม่ต่างกัน) เราโทษเพียงตัวการของแผนการโมเดล 3 นี้ แต่เราขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้ก่อนว่า นักร้อง 5 คนนี้ก็มิได้มีความจริงใจต่อการเป็นศิลปินและต่อประเทศญี่ปุ่น เพราะออกผลงานอยู่ญี่ปุ่นมา 2-3 ปี แม้ตอนนี้จะพอพูดภาษารู้เรื่องแล้ว แต่ก็ไม่เคยแสดงความชื่นชมหรือจริงใจต่อประเทศที่มาอาศัยเขาเลย เช่น ไม่เคยใส่ชุดยูคาตะ แล้วเวลาออกทีวีก็ทำหน้าบอกยี่ห้อแทบจะเขียนบนหน้าผากตัวเองว่า "กู..คนเกาหลี(เหนือ 555+)" (คนดูคงรู้สึก "ถ้าไม่ชอบประเทศเขาแล้วมาฝืนใจร้องภาษาเขาทำไมฟะ" 5 คนนั้นคงตอบกลับมาว่า "ก็ได้ตังค์ง่ะ ได้ล้างแค้นด้วย กรูทำได้แค่นี้อ่ะ ถ้าให้ใส่ยูคาตะคงต้องขอตังค์เพิ่ม"

ตามสมมุติฐานดังกล่าว ที่จะนำมาสู่หลักฐานที่จะมีต่อไป

คนไทยที่รักเพลงญี่ปุ่น ที่ต้องการปกป้องวงการและ Oricon Chart ไม่ให้แปดเปื้อนและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากไปกว่านี้ สิ่งที่พวกเราจะทำได้ คือ
1. ร่วมอารยขัดขืน โดยการรณรงค์บอยคอต วง โท โฮ ชิน กิ นี้ ไม่สนใจ ไม่อุดหนุน ถือว่าพวกเขาไม่ใช่ศิลปินเจป็อปอย่างเด็ดขาด แม้ว่าจะร้องเพลงภาษาญี่ปุ่นก็ตาม ใครชอบก็ชอบไป แต่ขอแค่ว่า อย่าอุดหนุนพวกเขาในนาม โท โฮ ชิน กิ (อย่าซื้อแผ่นญี่ปุ่นน่ะแหละ)
2. กดดัน เรียกร้องให้คนญี่ปุ่นตระหนักถึงเรื่องราวแบบนี้ ที่เกิดขึ้นในประเทศเขาเอง ซึ่งตอนนี้คนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งก็รู้ตัวแล้ว และเริ่มมีการแสดงปฏิกริยาโต้ตอบต่อสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้อยู่บ้างแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่รู้สึกผิดปกติ ในวงการของเขาไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่เคยมีศิลปินไหนถุกโปรโมทและออกผลงานอย่างผิดธรรมชาติแบบนี้มาก่อน สักวันพวกเขาคงไม่อยู่เฉยแน่

ร่วมแสดงความเห็น ร่วมหาหลักฐาน เห็นต่างได้ แต่ขอให้มีเหตุผลและหลักฐาน ขออภัยที่ยังไม่ได้เรียบเรียงหลักฐานให้ดีกว่านี้ แล้วถ้าต้องการให้เขียนประเด็นไหนเป็นพิเศษอีกก็รีเควสมาได้ครับ จะไปรวบรวมหลักฐานเรื่องราวมาวิเคราะห์แล้วเขียนให้อ่าน
เรนเป็นใคร? ขนาด People ยังลงรูปผิด!
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2551 17:42 น.
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000053083

ออก อาการเดือดดาลทีเดียวสำหรับชาวเกาหลี เมื่อซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของเขาอย่าง "เรน" ที่กำลังจะเปิดตัวในฐานะนักแสดงในหนังฮอลีวูดเป็นครั้งแรก กลับถูกฝรั่งหัวแดงที่ไม่รู้จักเขาดีพอจำเขาผิดว่าเป็นคนญี่ปุ่น ชาติไม้เบื่อไม้เมาของชาวเกาหลีซะได้

เรน นักร้องชื่อดังวัย 25 ชาวเกาหลีใต้ ที่รับบทเป็น เทโจ โทโกคาห์น ในผลงานการแสดงระดับฮอลลีวูดเรื่องแรกอย่าง Speed Racer ผลงานการดัดแปลงจากเวอร์ชั่นการ์ตูนสุดคลาสสิกของญี่ปุ่นเมื่อยุค 60 อย่าง Mach GoGoGo

แต่กลายเป็นว่าชื่อตัวละครในภาษาญี่ปุ่นของเขา กลับทำให้สื่อในต่างชาติตีพิมพ์ว่าเขาเป็นคนญี่ปุ่นไปซะแทน

เมื่อไม่นานมานี้เรนเพิ่งจะมาเยือนประเทศอังกฤษเพื่อโปรโมทผลงานการแสดงของเขา ซึ่งหนึ่งในสื่อที่ตามข่าวของเขาได้แก่ 
Den of Geek เว็บไซต์ ของประเทศอังกฤษ แต่สิ่งที่รีวิวเกี่ยวกับหนังในเว็บดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจต่อแฟนๆ ชาวเกาหลีของเขาอย่างมาก เมื่อพวกเขาเขียนถึงเรนว่า

" เรน ซูเปอร์สตาร์สุดดังจากญี่ปุ่น มารับบทเป็นเทโจ ในฐานะนักแข่งหน้าใหม่ ซึ่งเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัยได้เลยว่ามันจะต้องทำเงินในญี่ปุ่นอย่างถล่มทลาย แน่ๆ"

แฟนเพลงเกาหลีที่เดือดดาลหลังจากได้อ่านข้อความ ดังกล่าวโจมตีคนเขียนบทความว่าออกมาวิจารณ์ทั้งๆ ที่รู้ไม่จริง จนทำเรื่องอับอายเกินกว่าที่พวกเขาจะรับได้ จนแทบอยากจะไปกระซิบข้างหูคนเขียนว่า "เรนเป็นคนเกาหลี!"

 


เรนเป็นใคร? ขนาด People ยังลงรูปผิด!
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2551 17:42 น.
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000055927
" เรน" ดารา/นักร้องชาวเกาหลี ยังคงได้รับการปฎิบัติไม่สมราคาซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชียจากสื่อตะวันตกต่อไป เมื่อล่าสุด People Magazine สื่อบันเทิงชั้นนำของสหรัฐฯ ทำเรื่องผิดพลาดอย่างไม่น่าเชื่อด้วยการลงบทสัมภาษณ์ของเขา โดยมีภาพประกอบเป็นดาราเกาหลีอีกคน!

เรน ที่ผลงานการเปิดตัวในฮอลลีวูดครั้งแรกของเขาใน Speed Racer ส่อ แววขาดทุนยับในอเมริกา แถมเจ้าตัวยังไม่ได้รับความสนใจจากสื่อที่นั่นเท่าที่ควร ซึ่งสื่ออันน้อยนิดที่พยายามช่วยลงข่าวให้กับเขาได้แก่ People Magazine หนึ่งในสื่อบันเทิงที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดของอเมริกา

แต่ เรื่องที่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้นกับนิตยสารที่เคยยกเขาให้เป็นหนึ่งในร้อยผู้ ที่สง่างามที่สุดเมื่อปีที่แล้วอย่าง People's 2007 Beautiful People 2007 ที่ลงบทสัมภาษณ์ของเขา พร้อมชื่อแซ่ที่ถูกต้อง แต่กลับลงภาพของดาราคนอื่นแทน ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นของ
 คาร์ล ยูน ซะแทน (น้องชายของ ริค ยูน ดาราเกาหลีอีกคนที่ไปโด่งดังในฮอลลีวูดเมื่อหลายปีก่อนในบทตัวโกงจาก 007 Die Another Day)

เรื่อง แบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าบก.ของนิตยสารชื่อดังที่มีผู้อ่านทั่วโลกจะปล่อยให้ เกิดขึ้นได้ (ก่อนหน้านี้สื่อที่อังกฤษก็เสนอข่าวว่า
เรนเป็นชาวญี่ปุ่นมา แล้ว) เรื่องเหล่านี้ไม่แน่ว่าเป็นความสะท้อนให้เห็นว่าสื่อตะวันตกไม่เห็นความ สำคัญของความหลากหลายทางเชื้อชาติของชาวเอเชีย? หรือ สถานะความโด่งดังของเรนที่ไม่มากพอจะทำให้ชาวตะวันตกจำเขาได้? หรือ เป็นความจงใจของนิตยสารเองที่ตั้งใจลงรูปผิดเพื่อเป็นการกระซิบบอกเรนว่า "You're Nobody"?

 

จากข่าวสองชิ้นนี้ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่า

เกาหลี ใต้ สร้างภาพดันตัวเองในแวดวงบันเทิงโลกชนิดที่เรียกว่า ข้ามขั้นโอเว่อร์ คิดจะดังก้าวกระโดด ก็ต้องลื่นสะดุดไม่เป็นท่าอย่างนายพิเรนคนนี้แหละดันกันจนหน้าเกลียด ยัดเยียดกันอย่างหน้าด้าน คนอเมริกาเขามีวุฒิภาวะ รุ้จักเลือกรับ ไม่เหมือนคนไทยกลุ่มหน้าที่อะไรๆที่ดุเผินๆเหมือนว่าจะเจ๋ง รับมาท่วมตัว สักวันต้องพังทลายไปเหมือนกับกระแสฉาบฉวยที่รับมานั่นแหละ
ลอง เปรียบเทียบกับการไต่ระดับในวงการบันเทิงโลกของชาวจีนกับญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทยสิ สเต๊ปของเขาก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคง จนชาวตะวันตกส่วนใหญ่รู้จัก วัตถุประสงค์ที่ต่าง มันแสดงออกมาได้จากผลที่เกิด

คน เกาหลีใต้ส่วนใหญ่ทั่วๆไป ลึกๆโดยสายเลือดแล้ว ยังแค้นฝังลึกญี่ปุ่นมากมายนัก แค่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนญี่ปุ่น ถึงกับแสดงอาการรับไม่ได้ออกนอกหน้าขนาดนี้ แล้วทำมาเป็นผูกมิตร เชื่อมสัมพันธ์ ย่อมไม่จริงใจแน่นอน ฟันธง

ดังนั้น แทนที่เราจะเห็นสองประเทศนี้ ต่างแข่งกันอย่างแฟร์ๆในด้านคุณภาพของสินค้าและบริการต่างๆ แต่ทุกวันนี้เรากลับเห็นเกาหลีใต้พยายามขอความร่วมมือ ขอร่วมทำโน่นร่วมทำนี่กับญี่ปุ่น ถึงกับใช้ญี่ปุ่นเป็นเวทีเป็นเครื่องมือในหลายๆด้าน ญี่ปุ่นเองก็คงไม่อย่างปฏิเสธ เพราะเดี๋ยวเอะอะอะไรมันก็ ยาสุุกุนิ ปลุกผีสงครามโลกปูดขึ้นมาอีก พวกที่ใช้อดีตเป็นตัวประกันนี่ถือว่าค่อนข้างเลว สักวันกรรมก็ต้องตามสนอง ญี่ปุ่นชดใช้กรรมในสมัยสงครามไปมากพอสมควรแล้ว ต้องถึงคราวเกาหลีใต้ชดใช้บ้างล่ะ เอาแต่เอาประวัติศาสตร์คับแค้นของตัวเองมาเป็นความน่าเห็นใจให้ประเทศอื่น ช่วยนั่นช่วยนี่ ไม่รู้จักลุกยืนขึ้นมาด้วยตัวเองเต็มร้อย ถ้าไม่มีญี่ปุ่นคอยช่วยเพราะต้องการไถ่บาปเรื่องในอดีต เกาหลีใต้ทุกวันนี้ไม่มีทางเจริญได้ถึงครึ่งของเวียดนามตอนนี้หรอก ถ้าสงสัยลองไปศึกษาประวัติศาตร์และลักษณะนิสัยของชาวเกาหลี จริงหรือไม่ลองไปคิดดูกันนะครับ

edit @ 31 Aug 2009 16:40:17 by iBoat